ยากกว่า..

จะบอกรัก สักกี่คำ ก็สูญเปล่า
เมื่อใจเธอ มีแต่เขา เพียงเท่านั้น
การบังคับ หัวใจใคร ให้รักกัน
มันยากกว่า ตัดสัมพันธ์ อันยาวนาน

ตามหารัก

รักมาพราก จากไกล ไปเหินห่าง
ทิ้งน้องนาง ร้างคู่ ดูขื่นขม
รักเจ้านี้ หนีไป ไร้ชู้ชม
อกระทม ตรมไหม้ ใจคร่ำครวญ

นอนสะอื้น ฝืนอาลัย ปวดใจนัก
ด้วยเพราะรัก ผลักใส ให้กำสรวล
สุดโศกศัลย์ เพราะพี่ หนีเนื้อนวล
ความรัญจวน ชวนชื่น หายรื่นรมย์

รักมากลาย หายหน้า พาใจเหงา
ความโศกเศร้า เข้าครอง หมองใจตรม
เหมือนเวรกรรม จำพราก จากคู่ชม
จึงซานซม ซึมเศร้า คลุกเคล้าทรวง

โอ้ลมเอย รำเพยพัด สะบัดพลิ้ว
ฝากลมปลิว ถามหา รักข้าหวง
อยู่ทางใด ไหนบอก อย่าหลอกลวง
เอ็นดูดวง ใจข้า ตั้งตารอ

ลมไฉน ใจดำ ทำนิ่งเฉย
ไม่เฉลย เอ่ยคำ ตามที่ขอ
แกล้งข้าช้ำ ระกำใจ ให้ใฝ่รอ
โอ้รักหนอ อยู่หนใด ที่ไหนกัน

จะขอตาม รักข้า สุดฟ้าใส
หาดวงใจ สุดกู่ อยู่ไหนนั่น
อยู่พงไพร ในพนา จะฝ่าฟัน
จวบสิ้นวัน สิ้นใจ วายชีวี

ได้โปรดเถิด เปิดตา ให้ข้าเห็น
รักยังเป็น เช่นเดิม เสริมสุขศรี
อย่าหายลับ กลับกลาย คล้ายวารี
สู่ปฐพี หายลับ ไม่กลับคืน

 

จูบนั้นสำคัญไฉน?

จูบ
อย่าคิดว่าไม่สำคัญ จูบเบาๆเท่านั้นยังทำฉันสั่นจนฟ้าสะเทือน คุณเป็นจูบ อย่าลืม อย่าเลือน
รักไม่จริงก็อย่ามาเฉือน
หัวใจฉันด้วยจูบเลย

รักเธอ ซึ้งๆ

“รักเธอนะ” เธออาจ ยังไม่รู้
เฝ้าแลดู รู้ไหม ใจห่วงหา
“รักเธอนะ” รักมาก ดวงแก้วตา
ให้เวลา พาพิสูจน์ “ชั้นรักเธอ”

อาจยังไม่รู้ รักมาก ขนาดไหน
รักที่ให้ รู้ไหม ให้เสมอ
ชั้นรออยู่ คนนี้ ไม่เลิศเลอ
แต่อยากเจอ เธอทุกวัน พันธ์ห่วงใย

แม้ไม่เป็น แสงอาทิตย์ ชีวิตอุ่น
ไม่มีบุญ เป็นดาว ในฟ้าไหน
ไม่เป็นจันทร์ มืดฟ้า พาแสงไฟ
ไม่เป็นใคร หรืออะไร แค่รักพอ

อาจจะดู ต่ำต้อย น้อยสายตา
อาจจะดู ต่ำกว่า หน้าเหลือขอ
อาจจะดู บ้าๆ และบอๆ
แต่ใจคอ รักเธอจริง ไม่ทิ้งใจ

อาจจะเห็น ว่ามัน เป็นแค่รัก
ไม่ง่ายนัก สบตา ก็หวั่นไหว
พยายามนะ ก็กลัวว่า จะสายไป
กลัวยาใจ มีใคร ไปดอมดม

เธออาจสูง สูงเด่น เช่นนางฟ้า
ชั้นอาจต่ำ ต่ำกว่า ก็ขื่นขม
แต่รักเธอ เธอจ๋า นะหน้ามล
รักตราบจน เธอจาก พรากลาไป

จะฆ่าตัวตายหรือไม่ เลือดบอกได้

จากสถิติของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (Centers for Diseade Control and Prevention: CDC) ในปี 2009 มีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายมากกว่าการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ซะอีก แต่การจะบอกว่าใครกำลังจะฆ่าตัวตายหรือไม่นั้น แม้กระทั่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็ยังยากที่จะบอก

ด้วยเหตุนี้นักวิจัยจาก Indiana University School of Medicine และ Indianapolis VA Medical Center จึงได้ทำการศึกษาเพื่อค้นหาตัวบ่งชี้ทางชีวภาพในเลือดที่จะบ่งบอกว่าคนนี้มีความเสี่ยงที่จะฆ่าตัวตาย โดยเฉพาะสำหรับผู้ป่วยสองบุคลิก (bipolar disorder) แต่ก็มีผู้ศึกษาเรื่องนี้มาก่อนเช่นกัน โดยการศีกษาก่อนหน้านี้ได้ศึกษาหาตัวบ่งชี้ทางชีวภาพจากน้ำในไขสันหลัง ซึ่งมีข้อเสียคือ การเจาะเอาน้ำไขสันหลังออกมานั้นเจ็บ มีกระบวนการที่ยุ่งยากและมีความเสี่ยง หรืออีกการศึกษาหนึ่งได้หาตัวบ่งชี้ทางชีวภาพจากโปรตีนในสมองซึ่งเป็นโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาท (brain-derived neurotrophic factor: BDNF)

การค้นหาตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (biomarker) ในเลือดนี้ นักวิจัยเริ่มจากการนำข้อมูลเก่าที่มีการศึกษาในเรื่องของตัวบ่งชี้ทางชีวภาพที่พบในบุคคลที่มีภาวะบกพร่องทางอารมณ์หรือโรคอารมณ์แปรปรวน (Mood disorders) และวิกลจริต (Psychosis)

โรคอารมณ์แปรปรวน (Mood disorders) เป็นกลุ่มของโรคทางจิตเวช ที่มีความผิดปกติของอารมณ์เป็นอาการสำคัญ เป็นโรคที่มีอาการผิดปกติที่สำคัญทางอารมณ์ 2 แบบ คือ ภาวะแมเนีย และภาวะซึมเศร้า จึงเคยถูกเรียกว่า Manic- depressive disorder ในผู้ป่วยที่มีอาการภาวะซึมเศร้าทั้งหมดจะมีผู้ที่คิดอยากตายมากถึงร้อยละ 60 และฆ่าตัวตายร้อยละ 15

วิกลจริต (Psychosis) คือ ภาวะผิดปกติทางจิตที่มีความผิดปกติของความคิด อารมณ์ พฤติกรรมอย่างมากจนไม่อยู่ในโลกของความเป็นจริง เช่น คนบางคนอาจจะมีอาการของความคิดหลงผิด ประสาทหลอน พูดจาผิดปกติ เป็นต้น

หลังจากศึกษาข้อมูลเดิมแล้วจึงทำการค้นหายีนที่สร้างตัวบ่งชี้ทางชีวภาพในเลือดที่จะสร้างเมื่อจะฆ่าตัวตายโดยมองหาการแสดงออกที่ต่างกันของยีนจากเลือดของผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด เริ่มต้นจากหายีนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แล้วหาว่ายีนใดส่งผลต่อระดับความคิดที่จะฆ่าตัวตาย (suicidal ideation: SI) มากหรือน้อยโดยใช้การวิเคราะห์ด้วยวิธี intrasubject and intersubject analyses  ซึ่งพบว่ามี 246 ยีนที่เกี่ยวข้อง

ลำดับถัดไปเพื่อการระบุและจัดลำดับความสำคัญของยีนทั้งหมดที่ได้จากตัวอย่างเลือดจากการทดลองก่อนหน้านี้ นักวิจัยจึงใช้ Convergent Functional Genomic (CFG) ในการวิเคราะห์และใช้ข้อมูลจากการชันสูตรสมองของผู้ป่วยที่เสียชีวิตไปแล้ว(ไม่เกิน 24 ชั่วโมง) รวมถึงข้อมูลทางพันธุกรรม  ผลจากการทำ CFG พบว่ายีน SAT1, FOXN3, PIK3R5 และ GBP1 ส่งผลต่อการฆ่าตัวตายมากที่สุด แต่ค่าที่ได้จากการทำ CFG นั้นเป็นค่ากว้างๆ ยังไม่เฉพาะชี้ชัดได้มากพอ ดังนั้นนักวิจัยจึงใช้วิธีของ Bayesian เพื่อหาตัวบ่งชี้ทางชีวภาพที่ส่งผลโดยตรง พร้อมทั้งระบุความสำคัญของยีนดังกล่าวโดยลดค่า false-positive และ false-negative ที่เกิดขึ้นในตัวแต่ละบุคคลลง

credit – vcharkarn.com/varticle/57383

 

 

พลังงานทดแทนแห่งอนาคต

ไฟฟ้ากลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเราไปแล้ว หากวันใดเราขาดไฟฟ้า ชีวิตเราก็คงจะไม่สะดวกสบายดังที่เคยเป็น เรื่องนี้อาจเกิดขึ้นได้จริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอนาคตอันใกล้ ที่มีแนวโน้มว่าประชากรจะเพิ่มมากขึ้น ความต้องการใช้ไฟฟ้าในชีวิตประจำวันของแต่ละคนย่อมมากขึ้น นั่นหมายถึงความต้องการด้านพลังงานก็จะสูงขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง

เมื่อเป็นเช่นนี้การมองหาทางออกด้วยการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์จึงเกิดขึ้น แต่โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ก็ไม่ใช่คำตอบเดียวขอแก้ปัญหาพลังงานไฟฟ้า ซึ่งในรายการ “โลกแห่งอนาคต” นำเสนออีกทางเลือกหนึ่งที่ไม่ต้องพึ่งพลังงานนิวเคลียร์ เพราะใช้พลังงานที่มาจากดวงอาทิตย์นั่นเอง ในรายการพิธีกรจะพาไปชมบ้านพลังงานแสงอาทิตย์หรือ Energy-Efficient House ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี บ้านที่มีการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ทั้งหลัง ส่วนเรื่องราวจะน่าสนใจแค่ไหน  ต้องไปรับชมด้วยตัวเองกับภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ที่มีชื่อว่า Earth to Future รายการ “โลกแห่งอนาคต” ในตอน No more Nuclear Energy – More Energy from the Sun! เพิ่มพลังงานแสงอาทิตย์ ไม่เอาพลังงานนิวเคลียร์ รายการโทรทัศน์รายการใหม่ที่ผลิตโดย KiKA สถานีทีวีสาธารณะเพื่อเด็กภายใต้การการกับควบคุมของ 2 สถานีโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่คือ ARD และ ZDF องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมนี และอีกหนึ่งตอน คือ Clean Water for All น้ำสะอาดเพื่อเราทุกคน ที่จะพาเราไปรู้จักวิธีแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ ซึ่งเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลก ปัญหานี้จะได้รับการแก้ไขอย่างไรในอนาคต พิธีกรหนุ่มเฟลิกซ์ จะพาเราไปที่ศูนย์วิจัยสิ่งแวดล้อมเฮล์มฮอลท์ ในเมืองไลป์ซิกประเทศเยอรมนี ที่มีการใช้กระบวนการการบำบัดน้ำเสียด้วยสาหร่ายสีเขียวและผ่านการกรอง จนกลายเป็นน้ำสะอาดแล้วนำกลับมาใช้ได้อีกครั้ง

คุณครูพะเยาว์ ยาโสภา คุณครูเอ็มอร ทองเหลือ และคุณครูอรุณ ลือกิจชัย  ได้พานักเรียนชั้นม.1-3 จากโรงเรียนผ่องสุวรรณวิทยาสายไหม กรุงเทพมหานคร  มาชมภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต และได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ ในเทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ ครั้งที่ 9 ว่า

“ภาพยนตร์ เป็นสื่อที่เข้าใจได้ง่าย ทำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้และคิดตามเนื้อเรื่องได้ดี ทั้งยังเร้าความสนใจจากทั้งเสียงและภาพเคลื่อนไหว ทำให้นักเรียนเข้าใจสิ่งที่เป็นนามธรรมไปพร้อมๆกับความสนุกสนานเพลิดเพลินขณะรับชม บางอย่างก็สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย  นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนากระบวนการคิดทางวิทยาศาสตร์ และตระหนักว่าวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งใกล้ตัวซึ่งเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตประจำวันของทุกคน อย่างภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ที่พานักเรียนมาชมในวันนี้ นักเรียนให้ความสนใจเรื่องวิธีการบำบัดน้ำเสียและการใช้พลังงานแสงอาทิตย์กันมากเพราะมีการดำเนินเรื่องที่น่าสนใจ พาไปดูสถานที่จริง ช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้น ทำให้นักเรียนสนใจอยากลองปฏิบัติจริง คุณครูอาจจะต้องจัดกิจกรรมเกี่ยวกับเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์และการบำบัดน้ำเสีย ให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติกันต่อไป”

หลังจากรับชมภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เรื่อง Earth to Future รายการ “โลกแห่งอนาคต” ทั้งสองตอนแล้ว เด็กชายภากร  เลิศสิริโยธิน นักเรียนชั้นม.3 โรงเรียนผ่องสุวรรณวิทยาสายไหม กรุงเทพมหานคร  ก็เห็นว่าเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ ในแนวความคิดการบำบัดน้ำเสียเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่และการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์แทนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์  เขาบอกว่า

 

credit – vcharkarn.com/varticle/58382