จะฆ่าตัวตายหรือไม่ เลือดบอกได้

จากสถิติของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (Centers for Diseade Control and Prevention: CDC) ในปี 2009 มีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายมากกว่าการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ซะอีก แต่การจะบอกว่าใครกำลังจะฆ่าตัวตายหรือไม่นั้น แม้กระทั่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็ยังยากที่จะบอก

ด้วยเหตุนี้นักวิจัยจาก Indiana University School of Medicine และ Indianapolis VA Medical Center จึงได้ทำการศึกษาเพื่อค้นหาตัวบ่งชี้ทางชีวภาพในเลือดที่จะบ่งบอกว่าคนนี้มีความเสี่ยงที่จะฆ่าตัวตาย โดยเฉพาะสำหรับผู้ป่วยสองบุคลิก (bipolar disorder) แต่ก็มีผู้ศึกษาเรื่องนี้มาก่อนเช่นกัน โดยการศีกษาก่อนหน้านี้ได้ศึกษาหาตัวบ่งชี้ทางชีวภาพจากน้ำในไขสันหลัง ซึ่งมีข้อเสียคือ การเจาะเอาน้ำไขสันหลังออกมานั้นเจ็บ มีกระบวนการที่ยุ่งยากและมีความเสี่ยง หรืออีกการศึกษาหนึ่งได้หาตัวบ่งชี้ทางชีวภาพจากโปรตีนในสมองซึ่งเป็นโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาท (brain-derived neurotrophic factor: BDNF)

การค้นหาตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (biomarker) ในเลือดนี้ นักวิจัยเริ่มจากการนำข้อมูลเก่าที่มีการศึกษาในเรื่องของตัวบ่งชี้ทางชีวภาพที่พบในบุคคลที่มีภาวะบกพร่องทางอารมณ์หรือโรคอารมณ์แปรปรวน (Mood disorders) และวิกลจริต (Psychosis)

โรคอารมณ์แปรปรวน (Mood disorders) เป็นกลุ่มของโรคทางจิตเวช ที่มีความผิดปกติของอารมณ์เป็นอาการสำคัญ เป็นโรคที่มีอาการผิดปกติที่สำคัญทางอารมณ์ 2 แบบ คือ ภาวะแมเนีย และภาวะซึมเศร้า จึงเคยถูกเรียกว่า Manic- depressive disorder ในผู้ป่วยที่มีอาการภาวะซึมเศร้าทั้งหมดจะมีผู้ที่คิดอยากตายมากถึงร้อยละ 60 และฆ่าตัวตายร้อยละ 15

วิกลจริต (Psychosis) คือ ภาวะผิดปกติทางจิตที่มีความผิดปกติของความคิด อารมณ์ พฤติกรรมอย่างมากจนไม่อยู่ในโลกของความเป็นจริง เช่น คนบางคนอาจจะมีอาการของความคิดหลงผิด ประสาทหลอน พูดจาผิดปกติ เป็นต้น

หลังจากศึกษาข้อมูลเดิมแล้วจึงทำการค้นหายีนที่สร้างตัวบ่งชี้ทางชีวภาพในเลือดที่จะสร้างเมื่อจะฆ่าตัวตายโดยมองหาการแสดงออกที่ต่างกันของยีนจากเลือดของผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด เริ่มต้นจากหายีนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แล้วหาว่ายีนใดส่งผลต่อระดับความคิดที่จะฆ่าตัวตาย (suicidal ideation: SI) มากหรือน้อยโดยใช้การวิเคราะห์ด้วยวิธี intrasubject and intersubject analyses  ซึ่งพบว่ามี 246 ยีนที่เกี่ยวข้อง

ลำดับถัดไปเพื่อการระบุและจัดลำดับความสำคัญของยีนทั้งหมดที่ได้จากตัวอย่างเลือดจากการทดลองก่อนหน้านี้ นักวิจัยจึงใช้ Convergent Functional Genomic (CFG) ในการวิเคราะห์และใช้ข้อมูลจากการชันสูตรสมองของผู้ป่วยที่เสียชีวิตไปแล้ว(ไม่เกิน 24 ชั่วโมง) รวมถึงข้อมูลทางพันธุกรรม  ผลจากการทำ CFG พบว่ายีน SAT1, FOXN3, PIK3R5 และ GBP1 ส่งผลต่อการฆ่าตัวตายมากที่สุด แต่ค่าที่ได้จากการทำ CFG นั้นเป็นค่ากว้างๆ ยังไม่เฉพาะชี้ชัดได้มากพอ ดังนั้นนักวิจัยจึงใช้วิธีของ Bayesian เพื่อหาตัวบ่งชี้ทางชีวภาพที่ส่งผลโดยตรง พร้อมทั้งระบุความสำคัญของยีนดังกล่าวโดยลดค่า false-positive และ false-negative ที่เกิดขึ้นในตัวแต่ละบุคคลลง

credit – vcharkarn.com/varticle/57383

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s